จากกระแสการตื่นตัวด้านการประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมเพื่อก่อให้เกิดการประหยัดพลังในด้านต่างๆ อย่างมากมาย นั่นคือ หลอดไฟ LED ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในอุปกรณ์ประหยัดพลังงานที่ทุกภาคส่วนล้วนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะใช้พลังงานน้อยมากแต่ให้ประสิทธิภาพในการส่องสว่างที่สูง จึงทำให้เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย

ข้อดีของหลอด LED หลอดไฟแอลอีดี

1.ประสิทธิภาพในการให้แสงสว่างดีกว่าหลอดไฟธรรมดาทั่วๆ ไป
2.ตัวหลอด LED จะกินกระแสไฟน้อยมากประมาณ 1-20mA
3.LED ปล่อยความร้อนออกมาน้อยมาก ทำให้อาคารลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าในส่วนเครื่องปรับอากาศ แอร์ทำงานน้อยลง ทำให้ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าในทางอ้อม
4.มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ประมาณ 30,000 – 100,000 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแอลอีดี วงจรขับกระแส สภาพภูมิอากาศ ความชื้น และอุณหภูมิ
5.ไม่มีรังสีอินฟาเรต รังสีอัลตราไวโอเรต ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง
6.เปิดปุ๊บติดปั๊บ ช่วยในการถนอมสายตา

วิธีการเลือกซื้อหลอด LED
1.ดูค่าความสว่างโดยดูจากค่า Lumen
2.ดูอายุการใช้งานของ หลอด LED
3.ดูชนิดสีหลอด LED ที่จะนำไปใช้
4.ดูการรับประกัน
5.ดูค่ามาตราฐานของหลอดไฟ LED

 


 

หลอด Incandescent หรือที่เรียกกันว่า หลอดไส้ 

– หลอดไฟชนิดนี้ ใช้กันมายาวนานกว่า 90 ปีแล้ว ภายในหลอดเป็น ไส้ที่ทำจากทังสเตน ให้ความร้อนสูงมากระหว่าง 100 – 400 องศาเซลเซียส แต่ประสิทธิภาพในการส่องสว่างต่ำ เพียง 10-15 lm/W เมื่อมีความร้อนสูงมากระหว่างการส่องสว่างจึงเท่ากับว่ามีการสูญเสียพลังงานมากด้วยเช่นกัน ระยะการใช้งานประมาณ 750 ชั่วโมง

– หลอดฮาโลเจน เป็นหลอดไส้ชนิดหนึ่ง ที่ไส้หลอดทาด้วยทังสเตน แต่บรรจุสารตระกูลฮาโลเจน เพื่อป้องกันการระเหิดตัวของไส้หลอด มีประสิทธิภาพดีกว่าหลอดไส้ปกติ 2-3 เท่า หรือประมาณ 1500 – 3000 ชั่วโมง หลอดประเภทนี้ใช้กับงานส่องเน้น เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์บางชนิด เครื่องฉายสไลด์ เป็นต้น

หลอด LED / แอลอีดี
             – LED ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถเปล่งแสงสว่างเมื่อให้กระแสไฟผ่านตัวมัน  ไดโอดเปล่งแสงออกมาได้แบบมีคลื่นความถี่เดียวและเฟสต่อเนื่องกัน และเปล่งแสงได้เมื่อจ่ายกระแส ไฟฟ้าเข้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลอด LED มีจุดเด่นหลายอย่าง คือ ใช้พลังงานต่ำแต่ให้ประสิทธิภาพการส่องสว่างที่สูงมาก ไม่มีแสง UV ไม่กระพริบขณะเปล่งแสง การเปิด – ปิดหลอดไฟ LED สามารถเปิด-ปิดได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องเสียเวลารอนานเป็นหลอดไฟที่ประหยัดพลังงานมากกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมด และการประหยัดเงินค่าไฟฟ้าจากการใช้หลอดไฟ LED ตั้งแต่ 15-75%  โดยเฉลี่ยแล้วมีอายุการใช้งาน สูงสุดถึง 50,000 ชั่วโมง หรือประมาณ 5 ปี ขึ้นไป

 



 

Power Factor (PF.) ค่าสำคัญในหลอดไฟที่โรงงานอุตสาหกรรมไม่ควรมองข้าม

Power Factor (PF.) หรือที่เรียกกันในภาษาไทยว่า “ค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า” โดย CM Lighting LED T8 มีค่า > 0.9 ซึ่งการปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (Power Factor: PF) สามารถลดกำลังไฟฟ้าสูญเสีย และเพิ่มความสามารถในการรับโหลดของอุปกรณ์ต่างๆ ได้เพิ่มขึ้น ทั้งของผู้ใช้ไฟฟ้า ระบบจำหน่าย ระบบส่งไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นการประหยัด การใช้พลังงานไฟฟ้า ของผู้ใช้ไฟฟ้า และของประเทศชาติโดยรวม อันจะก่อให้เกิด การอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะสามารถพิจารณาความสามารถในการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้า โดยสรุปได้ดังนี้

ผลประโยชน์ที่มีต่อผู้ใช้ไฟฟ้า

1.สามารถประหยัดค่าพลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ (กิโลวาร์) ซึ่งผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ที่ต่ำกว่า 0.85 จะต้องเสียค่าปรับค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้า ในอัตรา 56.07 บาท/กิโลวาร์ ซึ่งเมื่อผู้ใช้ไฟฟ้าปรับค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าให้มีค่ามากกว่า 0.85 จะทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าในส่วนนี้ลงได้

2.ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถประหยัดการลงทุนในการขยายระบบไฟฟ้าลงได้ เนื่องจากเมื่อมีการปรับปรุงตัวประกอบกำลังไฟฟ้าแล้วจะเป็นการเพิ่มความสามารถของสายไฟฟ้าและหม้อแปลงไฟฟ้าในการรับโหลด ได้เพิ่มขึ้น

3. เมื่อมีการปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าแล้ว จะเป็นการลดกำลังไฟฟ้าสูญเสียในสายไฟฟ้าและหม้อแปลง อีกทั้งแรงดันไฟฟ้าตกจะน้อยลง (แรงดันไฟฟ้าดีขึ้น) ซึ่งผลข้างต้นจะนำมาซึ่งประโยชน์ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าที่สามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ และยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการจ่ายไฟฟ้าของระบบไฟฟ้า ที่สามารถแสดงได้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ผลประโยชน์ที่มีต่อส่วนรวม

1. การปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าให้มากกว่า 0.85 จะทำให้ระบบอุปกรณ์ต่างๆ ในระบบไฟฟ้า สามารถจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น จะเป็นการประหยัดการลงทุนในการขยายระบบไฟฟ้า

2. ผลที่เกิดขึ้นเมื่อมีการปรับปรุงค่าตัวประกอบกำลังไฟฟ้าต่อส่วนรวม นั้นก็คือ การสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้โดยสามารถลดการสูญเสียพลังงานไฟฟ้าที่เกิดเนื่องจากการลดค่ากระแสไฟฟ้าในสายส่งแลอุปกรณ์ในระบบจำหน่ายไฟฟ้า ของการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้าฝ่ายผลิต ซึ่งเป็นการประหยัดค่าพลังงานไฟฟ้าโดยรวมของประเทศได้


 

แสงที่มีอุณหภูมิต่ำจะให้สีอุ่น ขณะที่แสงมีอุณหภูมิสูงกลับให้สีเย็น

อุณหภูมิสี (Color Temperature)

เนื่องมาจากสีนั้นคือคลื่นพลังงานความร้อนชนิดหนึ่ง ดังนั้นในการวัดค่าสีที่เกิดจากแสงนั้น จึงวัดด้วยหน่วยอุณหภูมิเดียวกับอุณหภูมิความร้อนซึ่งการวัดค่าอุณหภูมิสีของแสงนั้นใช้หน่วยเป็น K(เคลวิน) โดยมีความสำคัญคือ ใช้ในการวัดค่าจากการที่แสงสามสีมาผสมกันแล้วจึงวัดค่าเพื่อหาค่ามาตราฐาน หาค่าชดเชยในการผสมสีและอื่นๆ ซึ่งค่าที่แสงทั้งสามสี (RGB)ผสมออกมาเท่าๆกันแล้วจะได้แสงสีขาวที่ อุณหภูมิสีที่ 6500K

อุณหภูมิของแสงแบ่งออกได้เป็น 3 ชนิดหลักๆ

  1. เดย์ไลท์ (Day Light) โทนแสงสว่างตา เป็นโทนแสงเดียวกับแสงกลางวัน ให้แสงสว่างสูง ออกไปในโทนสีฟ้า มองเห็นได้ชัด ให้ความรู้สึกสดใส กระฉับกระเฉง ตื่นตัว ประยุกต์ใช้กับการทำงานเป็นหลัก เช่น ห้องทำงาน ภายในออฟฟิศ สำนักงาน ห้องครัว หรือแม้แต่ห้องนอน ในมุมที่ต้องการแสงสว่างอย่างเพียงพอ อาทิเช่น มุมอ่านหนังสือ มุมทำงาน อาจเรียกได้ว่า เป็นชนิดหลอดไฟที่ได้รับความนิยมในการใช้งานมากที่สุดก็ว่าได้ เนื่องด้วยคุณสมบัติที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้ได้ทุกๆงาน
  2. คูลไวท์ (Cool White) โทนแสงระหว่าง วอร์มไวท์และเดย์ไลท์ เรียกได้ว่า หากใครต้องการความเป็นกลาง เลือกไม่ถูกระหว่าง 2 ตัวเลือกก่อนหน้านี้ คูลไวท์อาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบได้เป็นอย่างดี ระดับแสงคูลไวท์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานได้ทุกรูปแบบ ทั้งภายในและภายนอก ลดความอุ่นของแสงสีส้ม และลดความสว่างของแสงเดย์ไลท์ ทำให้เกิดความสมดุล ลักษณะเป็นแสงสีขาวนวลตา
  3. วอร์มไวท์ (Warm White) ให้โทนแสงนวลตา เป็นสีโทนอุ่น ให้ความสว่างไม่มากนัก ออกสีทองส้ม เหมาะกับการใช้เพื่อประดับตกแต่งมากกว่าเน้นการมองเห็น ประยุกต์ใช้ร่วมกับการจัดสวนได้ดี แสงวอร์มไวท์ จะสะท้อนกับวัสดุให้แสงสีทอง ทำให้บริเวณพื้นที่ดูงดงามขึ้นมาทันตาเห็น หากนำไปใช้ตกแต่งภายใน เหมาะกับแสงภายในห้องนอน ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่ใช้ในการพักผ่อน ไม่เพียงแค่สร้างความอบอุ่นเท่านั้น แต่แสงชนิดวอร์มไวท์ ยังให้ความรู้สึกโรแมนติก ผ่อนคลายอีกด้วย สถานที่พักต่างๆ จึงนิยมใช้หลอดไฟชนิดนี้มาตกแต่งกัน

 


 

 

CM LIGHTING LED BULB 5 WATT ที่สุดนวัตกรรมประหยัดไฟ
ด้วยตารางการเปรียบเทียบระหว่าหลอดไส้ กับ หลอด LED จะเห็นได้ว่าช่วยให้ประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 85% และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะไม่มีรังสียูวี อายุการใช้งานยาวนานถึง 30,000 ชั่วโมง อย่ารอช้าหันมาเปลี่ยนหลอดไฟ LED วันนี้เพื่อความคุ้มค่าที่ยั่งยืน

 


 

Beam Angle ยิ่งมากยิ่งดี

Beam Angle หรือ ที่เรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า “มุมกระจายแสง” มีคุณสมบัติ คือ ค่าที่บ่งบอกว่า มีมุมกระจายแสงได้กว้างเท่าไหร่ ยิ่งมีค่ามากเท่าไร ยิ่งมีมุมกระจายแสงได้กว้างมากขึ้น โดยค่า CM Lighting LED T8 ให้ค่าอยู่ที่ 110 ถึง 140